การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
Industrial Logistics Performance Index..Key Success Factor  ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์..ปัจจัยสู่ความสำเร็จ
Industrial Logistics Performance Index..Key Success Factor ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์..ปัจจัยสู่ความสำเร็จ
Industrial Logistics Performance Index..Key Success Factor ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์..ปัจจัยสู่ความสำเร็จ การกำหนดตัวชี้วัดความสามารถด้านโลจิสติกส์ถูกจัดทำขึ้นทั้งในระดับสากล ระดับชาติ และระดับองค์กร เช่น ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ (Logistic Performance Index: LPI) โดยธนาคารโลก (World Bank) ตัวชี้วัดสมรรถนะของโซ่อุปทานด้วยแบบจำลอง SCOR (Supply Chain Operating Reference Model: SCOR Model) โดยองค์กร Supply Chain Council และตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม(Industrial Logistics Performance Index: ILPI) โดยสำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นต้น สิ่งสำคัญของตัวชี้วัดในทุกระดับ คือ ความมีระบบ หรือความมีมาตรฐานอันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการด้านโลจิสติกส์ ทำให้เกิดการลดต้นทุน ลดเวลา และสร้างความน่าเชื่อถือซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการประเมินมิติต่างๆ ของการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวชี้วัดความสามารถด้านโลจิสติกส์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากจะทำให้ทราบถึงจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กรด้านโลจิสติกส์แล้ว ยังทำให้ทราบถึงศักยภาพหรือขีดความสามารถที่แท้จริงของตนเองว่าอยู่ในระดับใดเพื่อการปรับปรุงการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนต่อไป บทความนี้ได้นำเสนอ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม(Industrial Logistics Performance Index: ILPI) เพื่อให้สถานประกอบการเห็นถึงความสำคัญของการประเมินประสิทธิภาพโลจิสติกส์ของตนเอง และพัฒนาองค์กรสู่เกณฑ์มาตรฐาน ILPI ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยสำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เทียบวัด (Benchmark) ผลการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของผู้ประกอบในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันรวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น จำนวน 24 กลุ่มอุตสาหกรรม 88 หมวดอุตสาหกรรมย่อย ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรสู่มาตรฐานด้านโลจิสติกส์ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า (Customer Service) ได้ทันเวลาและลดต้นทุนรวมด้านโลจิสติกส์ (Total Logistics Cost) โดยสามารถวัดประสิทธิภาพการดำเนินงานครอบคลุมกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ทั้ง 9 กิจกรรม ดังรูปที่ 1 รูปที่ 1 กิจกรรมโลจิสติกส์ การประเมินองค์กรด้วย ILPI ในกิจกรรมโลจิสติกส์ทั้ง 9 กิจกรรม ถูกพิจารณาใน 3 มิติ มีตัวชี้วัดทั้งสิ้น 27 ตัวชี้วัด ตามโครงสร้างดังรูปที่ 2 ซึ่งแต่ละมิติมีแนวทางการประเมินคือ 1. มิติด้านต้นทุน (Cost Dimension) แสดงถึงสัดส่วนต้นทุนของกิจกรรมโลจิสติกส์เปรียบเทียบกับยอดขายประจำปีของกิจการสามารถใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงหรือควบคุมต้นทุนส่วนเกินที่ไม่จำเป็นได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพสินค้าหรือการบริการ 2. มิติด้านเวลา (Time Dimension) ประกอบด้วยตัวชี้วัดที่ใช้ข้อมูลระยะเวลาของการเคลื่อนย้ายสินค้าที่อยู่นอกเหนือจากช่วงของกระบวนการผลิต และระยะเวลาการเคลื่อนย้ายของข้อมูลที่เริ่มตั้งแต่การรับข้อมูลและสิ้นสุดที่การส่งมอบข้อมูลให้แก่ลูกค้าหรือผู้ใช้สินค้าหรือบริการลำดับถัดไป 3. มิติด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability Dimension) ประกอบด้วยตัวชี้วัดที่ใช้วัดความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการส่งมอบสินค้าและข้อมูล โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ตัวชี้วัดด้านการส่งมอบตรงเวลา (On-time) และตัวชี้วัดด้านการส่งมอบครบจำนวน (In-full) จะเห็นได้ว่า ILPI เป็นเสมือนเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและเปรียบเทียบ (Benchmarking Tools) ผลการดำเนินงานในมิติของการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเรียนรู้เพื่อพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการดำเนินกิจกรรมโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เชื่อถือได้ และมีต้นทุนที่เหมาะสม รูปที่ 2โครงสร้างตัวชี้วัดประเมินประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ค่า ILPI จะมีความแม่นยำจนสามารถใช้เป็นตัวแทนและเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบทุกระดับได้เมื่อมีการเก็บข้อมูลผลการประเมินในแต่ละตัวชี้วัดในจำนวนมากพอทำให้การกระจายของค่าตัวอย่างดังกล่าวมีแนวโน้มใกล้เคียงกับการแจกแจงแบบปกติ (Normal Distribution) ตามทฤษฎีแนวโน้มเข้าสู่ศูนย์กลาง (Central Limit Theorem) ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการประเมิน ILPI จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน คือ ทำให้ทราบผลดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ขององค์กร และทำให้ค่า ILPI ของกลุ่มอุตสาหกรรมและของประเทศมีความแม่นยำและมีมาตรฐานสามารถเทียบเคียงในระดับสากลได้หากผู้ประกอบการมี “มาตรฐานโลจิสติกส์” เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานแล้ว ย่อมนำไปสู่หนทางแห่งความเป็นผู้นำทางด้านโลจิสติกส์และในโซ่อุปทานระดับโลก
15 มี.ค. 2562
การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining)
การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining)
การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) จากบทความใน Forum ฉบับที่แล้ว ได้พูดถึงโลกของข้อมูลและทิศทางการเติบโตของโลกจากการใช้ข้อมูล “Big Data” โดยแสดงให้เห็นว่าบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นส่วน Hardware, Software, Network, Information หรือ Data Managements ล้วนประสบความสำเร็จติดอันดับต้นๆ แต่อย่างไรก็ดีการก้าวเข้าไปสู่ยุค “Big Data” หากจะให้เกิดประโยชน์ได้จริงผู้ใช้จะต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีความสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่มากมายนั้น ให้มาเป็นข้อมูลสารสนเทศที่ดีมีประโยชน์ เทคนิคที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) ซึ่งจะเน้นการจัดการข้อมูลที่ถูกต้อง จัดกลุ่มค้นหาความสัมพันธ์ของกลุ่มข้อมูล และนำมาสร้างแบบจำลองเพื่อทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) คือ การค้นหาข้อมูลที่มีประโยชน์จากแหล่งข้อมูลที่มีเป็นจำนวนมากมายมหาศาล เพื่อดึงข้อมูลที่มีประโยชน์มาทำการวิเคราะห์ค้นหารูปแบบหรือความสัมพันธ์ที่เกิดในฐานข้อมูล และจัดทำเป็นสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผนบริหารจัดการธุรกิจ โดยการแยกข้อมูลที่มีประโยชน์ออกมาใช้งานเปรียบเทียบคล้ายกับการทำเหมืองแร่ ที่จะต้องทำการแยกเศษหินดินทรายที่ไม่มีค่าและมีปริมาณมากออกจากแร่ที่มีมูลค่ามากและมักจะมีปริมาณน้อย ขั้นตอนการทำเหมืองข้อมูลที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีหลายแบบ แต่ที่จะนำมากล่าวคือวิธี Cross-Industry Standard Process for Data Mining (CRISP-DM) ที่มีการพัฒนาเป็น Workflow มาตรฐานสำหรับการทำเหมืองข้อมูล ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนคือ 1. Business Understanding เน้นไปที่การทำความเข้าใจในงาน ระบุโอกาส และหาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ กำหนดขอบเขตของข้อมูลที่จะนำวิเคราะห์หาความได้เปรียบทางการตลาดและแก้ไขปัญหาองค์กร ซึ่งต้องสามารถระบุผลลัพธ์ที่มีได้ 2. Data Understanding ทำความเข้าใจข้อมูลโดยการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง คัดเลือกให้เหลือเพียงข้อมูลที่มีความถูกต้องและสำคัญต่องานมาทำการวิเคราะห์ 3. Data Preparation ทำการแปลงข้อมูล (Raw Data) ให้กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาช่วยในการวิเคราะห์ต่อไปได้ ขั้นตอนนี้จะใช้เวลามากที่สุดในทุกขั้นตอน เพราะคุณภาพของงานที่ได้จะดีเพียงใดขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูลที่จัดเตรียมในขั้นนี้ การเตรียมข้อมูลประกอบด้วย การคัดเลือกข้อมูล การกลั่นกรองข้อมูล และแปลงรูปแบบของข้อมูล 4. Modeling การสร้างแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 3 พร้อมทดสอบผลลัพธ์แบบจำลองเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุด บางครั้งอาจมีการย้อนกลับไปปรับการเตรียมข้อมูลเพื่อให้ได้แบบจำลองที่เหมาะสมที่สุด 5. Evaluation การประเมินผลลัพธ์ที่ได้ก่อนที่จะนำไปใช้จริง ว่าตรงกับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้หรือมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด หากไม่ได้ผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ต้องย้อนกลับไปปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานในขั้นตอนก่อนหน้า 6. Deployment การนำเอาข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์จากทั้งหมด มาลองปฏิบัติจริงกับธุรกิจในองค์กร โดยแปลงแนวคิดที่มีให้เกิดเป็นสารสนเทศเพื่อให้ผู้บริหารหรือนักการตลาดเข้าใจสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจได้จริง และติดตามประเมินผลที่ได้เพื่อนำกลับไปปรับปรุง Data Mining ต่อเนื่องต่อไป ซึ่งการประเมินผลสามารถทำได้หลายทางเช่น วัดจากส่วนแบ่งของตลาด วัดจากปริมาณลูกค้า หรือ วัดจากกำไรสุทธิ เป็นต้น จากขั้นตอนที่กล่าวมาคือการทำเหมืองข้อมูลในงานระบบทางธุรกิจ เป็นกระบวนการทางสถิติที่เน้นการจัดการข้อมูลที่มีจำนวนมากในหลากหลายรูปแบบ คัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต้องนำมาใช้งาน ทำการกำหนดรูปแบบจัดแบ่งกลุ่มลำดับความสำคัญ จากนั้นจึงจะเริ่มค้นหารูปแบบแนวทางและความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ในชุดข้อมูลนั้นโดยแต่ละขั้นตอนจะอาศัยผลลัพธ์จากอีกขั้นตอนหนึ่งกลายเป็นข้อมูลให้ขั้นตอนต่อไป การทำเหมืองข้อมูลจะช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นสารสนเทศที่มีประโยชน์ การระบุแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ การทำเหมืองข้อมูลจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรจากหลายฝ่ายและต้องอาศัยความรู้จำนวนมากถึงจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่ได้เป็นเพียงตัวเลขและข้อมูล ที่อาจจะนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลยก็เป็นได้ ผู้ที่ศึกษาการทำเหมืองข้อมูลจึงควรมีความรู้รอบด้านและต้องติดต่อกับทุก ๆ ฝ่าย เพื่อให้เข้าใจถึงขอบเขตของปัญหาโดยแท้จริงก่อน เพื่อให้การทำเหมืองข้อมูลเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
15 มี.ค. 2562
การอบรมหลักสูตร "การประเมินและพัฒนาศักยภาพองค์กรด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (จำนวน12 วัน) "
การอบรมหลักสูตร "การประเมินและพัฒนาศักยภาพองค์กรด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (จำนวน12 วัน) "
การอบรมหลักสูตร "การประเมินและพัฒนาศักยภาพองค์กรด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (จำนวน12 วัน)" ณ โรงแรมอีสติน มักกะสัน กรุงเทพมหานคร โดยมีนายเจริญภพ พรวิริยางกูล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมโลจิสติกส์องค์กร เป็นผู้มอบใบประกาศนียบัตร มีผู้สำเร็จได้รับใบประกาศศนีย์บัตร 34 คน
11 มี.ค. 2562
ILPI
ILPI
ดาวน์โหลดที่นี่
06 มี.ค. 2562
ขอเชิญสมัครเข้ารับการคัดเลือก รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
ขอเชิญสมัครเข้ารับการคัดเลือก รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
ขอเชิญท่านผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาคการผลิต สมัครเข้ารับการคัดเลือก "รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ประจำปี 2562" "The Prime Minister's Industry Award 2019" คุณสมบัติทั่วไป 1. มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 หรือมีใบรับรองการเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ. นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550 ที่ หรือมีประทานบัตร หรือใบอนุญาตแต่งแร่ หรือใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ ต้องเป็นสถานประกอบการที่มีธุรกิจหลักเป็นการผลิต 2. สถานประกอบการไม่ได้กระทำผิดกฎหมายใด ๆ และไม่ได้ตกเป็นข่าวในทางเสื่อมเสีย ไม่เคยถูกร้องเรียนและไม่เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตในระยะ 3 ปี ย้อนหลัง ขั้นตอนการสมัครและดำเนินงาน 1. กรอกใบสมัคร >> Click เพื่อ Download ใบสมัคร << 2. กรอกข้อมูลหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น และจัดทํารายงานเพื่ออธิบายยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ประกอบ ความยาวไม่เกิน 120 หน้า จำนวน 15 ชุด >> Click เพื่อ Download หลักเกณฑ์ << 3. กรอก "แบบฟอร์มประเมินประสิทธิภาพโลจิสติกส์"จำนวน 1 ชุด >> Click เพื่อ Download ตัวชี้วัดฯ << 4. จัดส่งใบสมัครเอกสารประกอบ (หลักเกณฑ์ฯ+รายงาน+ข้อมูลตัวชี้วัดฯ) มาที่ กองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2562 5. ซ้อมการนำเสนอแก่ จนท. กองโลจิสติกส์ วันที่ 7-8 พฤษภาคม 2562 (ขึ้นอยู่กับผู้สมัครว่าสนใจมาซ้อมหรือไม่) 6. นำเสนอผลการดำเนินงานแก่คณะกรรมการ (ตรวจประเมินรอบที่ 1) วันที่ 27-31 พฤษภาคม 2562 7. เข้าตรวจประเมินการดำเนินงาน ณ สถานประกอบการ (ตรวจประเมินรอบที่ 2) เดือนมิถุนายน 2562 หมายเหตุ** ท่านสามารถส่งสำเนาใบสมัครมาทาง logistics.award@gmail.com และจัดส่งฉบับจริงและเอกสารแนบมาภายหลังได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทร. 02 354 3173, 083 689 3393, 063 197 1032 e-mail: logistics.award@gmail.com
04 มี.ค. 2562
ตารางกิจกรรมการสัมมนา Logistics Showcase’62
ตารางกิจกรรมการสัมมนา Logistics Showcase’62
ตารางกิจกรรมการสัมมนา Logistics Showcase’62 ครั้งที่ 1 วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเต็ล ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 2 เดือน กุมภาพันธ์ 2562 จ.เชียงราย ครั้งที่ 3 เดือน พฤษภาคม 2562 จ.อุดรธานี ครั้งที่ 4 เดือน มิถุนายน 2562 จ.สงขลา ครั้งทีี่ 5 เดือน กันยายน 2562 กรุงเทพฯ หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม สามารถติดตามข่าวการอบรมสัมมนาในแต่ละครั้งได้ที่ข่าวประชาสัมพันธ์หน้าหลักของเว็บไซต์ หรือติดต่อ คุณภิญญาพัชญ์ ทัพพะรังสี และคุณปิยะพร อริยขจร 063 213 2097 กองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถ.พระรามที่6 ราชเทวี กทม.
04 มี.ค. 2562
กองโลจิสติกส์ขอเชิญท่านผู้ประกอบการและพนักงาน เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร Step by Step ครบเครื่องเรื่องควรรู้ นำเข้า+ส่งออก สำหรับ SMEs
กองโลจิสติกส์ขอเชิญท่านผู้ประกอบการและพนักงาน เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร Step by Step ครบเครื่องเรื่องควรรู้ นำเข้า+ส่งออก สำหรับ SMEs
กองโลจิสติกส์ขอเชิญท่านผู้ประกอบการและพนักงาน เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร Step by Step ครบเครื่องเรื่องควรรู้ นำเข้า+ส่งออก สำหรับ SMEsวันที่ 26-28 มี.ค 62 เวลา 08.30&ndash;16.30 น.ณ โรงแรมอิสติน มักกะสันกรุงเทพฯ จัดโดย กองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมอบรม ลงทะเบียนออนไลน์ คลิ๊กกกกก ...https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfo6A3lCxGDM5B78XOK_OMqYuwFDHWR9KjGorME7cOj85oX6Q/formResponse
26 ก.พ. 2562
วันที่​ 25​ ก.พ​ 62 นายสรศักดิ์​ สมเจษ  ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานและนวัตกรรม​ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ "PM Award Decoding: ทำอย่างไรให้ได้รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น" ณ ห้องหลานหลวง โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ
วันที่​ 25​ ก.พ​ 62 นายสรศักดิ์​ สมเจษ ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานและนวัตกรรม​ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ "PM Award Decoding: ทำอย่างไรให้ได้รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น" ณ ห้องหลานหลวง โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ
วันที่ 25 ก.พ 62 นายสรศักดิ์ สมเจษ ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ "PM Award Decoding: ทำอย่างไรให้ได้รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น" ณ ห้องหลานหลวง โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ โดยการอบรมมีผู้เข้าร่วม 50 คน
26 ก.พ. 2562
วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนา Logistics Showcase’62 ครั้งที่ 1 หัวข้อ”ติดอาวุธ กลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ ส่งออกอย่างไรให้ปัง
วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนา Logistics Showcase’62 ครั้งที่ 1 หัวข้อ”ติดอาวุธ กลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ ส่งออกอย่างไรให้ปัง
วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนา Logistics Showcase’62 ครั้งที่ 1 หัวข้อ”ติดอาวุธ กลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ ส่งออกอย่างไรให้ปัง" โดยมีนางอรพิน อุดมธนะธีระ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบ เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 250 คน
22 ก.พ. 2562
“โลจิสติกส์” นิยามและความหมาย
“โลจิสติกส์” นิยามและความหมาย
“โลจิสติกส์” นิยามและความหมาย คำว่า " โลจิสติกส์ " ในปัจจุบันค่อนข้างเป็นที่คุ้นเคยของทุกท่านเป็นอย่างดี เนื่องจาก ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็จะพบคำว่าโลจิสติกส์ ท่านทราบหรือไม่ว่า "โลจิสติกส์" คืออะไร แล้วมีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจของท่าน ความหมายตามศัพท์บัญญัติของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา หมวดศัพท์เศรษฐศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2558) บัญญัติศัพท์ “โลจิสติกส์” หมายถึง การจัดระบบการดำเนินงาน APICS The Association for Operations Management ได้ให้ความหมายของ Logistics ว่า “In an industrial context, the art and science of obtaining, producing, and distributing material and product in the proper place and in proper quantities” ในบริบทอุตสาหกรรม หมายถึงศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการรับ ผลิต และกระจาย วัสดุและผลิตภัณฑ์ ไปยังสถานที่ที่เหมาะสมและในปริมาณที่เหมาะสม Council of Supply Chain Management Professionals (CSCMP) ได้ให้ความหมายของคำว่า Logistics management ดังนี้ “Logistics management is that part of supply chain management that plans, implements, and controls the efficient, effective forward and reverses flow and storage of goods, services and related information between the point of origin and the point of consumption in order to meet customers' requirements” การจัดการโลจิสติกส์เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการโซ่อุปทาน ตั้งแต่การวางแผน ดำเนินการและควบคุม การจัดเก็บ การขนส่งสินค้าทั้งไปและกลับ ที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล รวมถึงการบริการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงจุดบริโภค เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า การดำเนินกิจกรรมต่างๆ นี้ มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าด้วยต้นทุนที่เหมาะสม อ้างอิงตามรายงานผลการศึกษา Fundamental of Logistics Management โดย Grant et. al., 2006 สรุปเป็นกิจกรรมหลักด้านโลจิสติกส์ 9 กิจกรรม ดังนี้ การให้บริการแก่ลูกค้าและกิจกรรมสนับสนุน (Customer Service and Support) การวางแผนหรือการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand Forecasting and Planning) การจัดซื้อจัดหา (Purchasing and Procurement) การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) การสื่อสารด้านโลจิสติกส์และกระบวนการสั่งซื้อ (Logistics Communication and Order Processing) การจัดการวัสดุ และบรรจุภัณฑ์ (Materials Handling and Packaging) การขนส่ง (Transportation) การเลือกสถานที่ตั้งของโรงงานและการจัดการคลังสินค้า (Facilities Site Selection, Warehousing, and Storage) โลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics) " โลจิสติกส์ " ซึ่งได้รับการนิยามโดยกองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หมายถึง กระบวนการวางแผน ดำเนินการ และควบคุม การเคลื่อนไหลทั้งไปและกลับและการจัดเก็บ วัสดุ สินค้าสำเร็จรูป ตลอดจนสารสนเทศที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จากจุดผลิตไปจนถึงจุดที่มีการใช้งาน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยความถูกต้องและเหมาะสมตามจังหวะเวลา คุณภาพ ปริมาณ ต้นทุน และสถานที่ที่กำหนด นิยามของ " โลจิสติกส์ " นี้ กำหนดขึ้นโดยพิจารณาจากบทบาทความรับผิดชอบและพันธกิจที่เกี่ยวเนื่องและสอดคล้องกับภารกิจในส่วนของอุตสาหกรรมภาคการผลิต ที่ครอบคลุมการพัฒนาส่งเสริมกระบวนการบริหารจัดการกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ การวางแผน การคาดการณ์ การจัดซื้อจัดหา การผลิต การเคลื่อนย้าย การจัดเก็บ การรวบรวม การขนส่ง และการกระจาย ทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งภายในและภายนอกสถานประกอบการอุตสาหกรรมให้ได้มาตรฐานสากล ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเพิ่มความปลอดภัย และความเชื่อถือได้ในกระบวนการนำส่งสินค้าและบริการ และทั้งหมดนี้ Sense of Logistics มีความมุ่งหมายที่ตรงกัน นั่นคือ ยกระดับศักยภาพกระบวนการผลิต และการกระจายสินค้า/บริการ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งด้านเวลา ต้นทุน และคุณภาพ อ้างอิง Blackstone. APICS Dictionary Thirteenth Edition , 2010 : 82 https://cscmp.org/ Grant et. al. Fundamental of Logistics Management Berkshire : McGraw, 2006: 17-19
12 ก.พ. 2562