โทรศัพท์ 1358
เจาะลึก Economic World Forum 2026 เมื่อ “ความแน่นอน หายไป... Foresight & Agility” คืออาวุธใหม่ที่ธุรกิจต้องมี ⚔️

23 ม.ค. 2026    Panupong    143

เจาะลึก Economic World Forum 2026 เมื่อ “ความแน่นอน หายไป... Foresight & Agility” คืออาวุธใหม่ที่ธุรกิจต้องมี ⚔️

ในเวที World Economic Forum ประจำปี 2026 ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกได้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังภาคธุรกิจว่า ยุคสมัยของการบริหารจัดการซัพพลายเชนแบบดั้งเดิมที่เน้นเพียง “ต้นทุนต่ำที่สุด” และระบบ Just-in-Time” เพื่อลดสต็อกสินค้าได้สิ้นสุดลงแล้ว รายงาน Global Value Chains Outlook 2026 (มีให้ดาวน์โหลดใน Comment) และผลสำรวจผู้บริหารกว่า 3,500 คนทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนเชิงโครงสร้าง (Structural Volatility) ที่ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นสภาวะถาวรที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การกีดกันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือจุดเปลี่ยนที่ชี้ให้เห็นว่า ยุคแห่งความแน่นอนได้ผ่านพ้นไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วย “ความสามารถในการหยั่งรู้ (Foresight)” และ “ความพร้อมในการปรับตัว (Agility)” ซึ่งถือเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดทางธุรกิจในโลกยุคใหม่

1. เปลี่ยนมุมมอง โลจิสติกส์คือ “กลยุทธ์สร้างการเติบโต” ไม่ใช่แค่ส่วนสนับสนุนอีกต่อไป สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุดในปี 2026 คือสถานะของงานโลจิสติกส์ จากเดิมที่เป็นเพียงฟังก์ชันสนับสนุนเบื้องหลัง (Back-office) ปัจจุบันถูกยกระดับขึ้นเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset)” ที่ขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขัน ผลสำรวจระบุว่าผู้บริหารกว่า 54% คาดการณ์ว่าการค้าโลกจะเติบโตขึ้น แต่เป็นการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการจึงหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง (Diversification) เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการขยายฐานซัพพลายเออร์และการหาตลาดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตเดียว นอกจากนี้ คลังสินค้า (Warehousing) ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอันดับหนึ่ง แซงหน้าท่าเรือหรือถนน เพราะคลังสินค้าในยุคใหม่ไม่ใช่แค่ที่เก็บของ แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กำหนดความเร็วและความยืดหยุ่นในการเข้าถึงลูกค้า ผู้ประกอบการไทยจึงควรพิจารณาการลงทุนหรือหาพันธมิตรด้านคลังสินค้าที่มีเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อรองรับสินค้าคงคลังที่อาจต้องเพิ่มขึ้นด้วยการประมาณการ Safety Stock ที่เหมาะสมเพื่อให้การกระจายสินค้ารวดเร็วยิ่งขึ้น

2. ภูมิรัฐศาสตร์และการจัดระเบียบซัพพลายเชนใหม่ จากโลกาภิวัตน์ (Globalization) สู่การรวมกลุ่มระดับภูมิภาค (Regionalization) สถานการณ์โลกที่แบ่งขั้วอำนาจทำให้โมเดลซัพพลายเชนแบบยาวเหยียดที่ผลิตจากซีกโลกหนึ่งเพื่อส่งไปอีกซีกโลกหนึ่งเริ่มล้าสมัย ธุรกิจข้ามชาติกำลังปรับตัวเข้าสู่รูปแบบ Regionalization” หรือการผลิตและบริโภคภายในภูมิภาคเดียวกัน (Local-for-local) มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากกำแพงภาษีและความขัดแย้งระหว่างประเทศ รายงานระบุว่าบริษัทต่าง ๆ กำลังมองหาทำเลการผลิตใหม่ ๆ ที่มีความมั่นคงทางนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินเดียกำลังถูกจับตามองในฐานะฐานการผลิตใหม่และการส่งออก สำหรับผู้ประกอบการไทย การปรับตัวตามเทรนด์นี้หมายถึง การมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนในภูมิภาค (Regional Value Chains) และต้องติดตามนโยบายการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุน (CAPEX) ไปแล้ว

3. เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล กุญแจสู่การมองเห็นอนาคต (Foresight) ในยุค 2026 เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่เป็นตัวตัดสินความอยู่รอด ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ (Automation) ถูกนำมาใช้เพื่อสร้าง Foresight หรือความสามารถในการมองเห็นและคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า แทนที่จะรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ไข ผู้บริหารมองว่าการนำ AI มาใช้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญพอ ๆ กับการเข้าสู่ตลาดใหม่ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ยังคงอยู่ที่กระบวนการทางศุลกากรและชายแดน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสาเหตุหลักของความล่าช้า (ถึงแม้จะมีระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว) ดังนั้น การผลักดันระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์และการเชื่อมโยงข้อมูลแบบดิจิทัลจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการข้อมูล (Data) เพื่อให้สามารถมองเห็นสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ (Visibility) และทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ

4. บทบาทผู้นำแบบใหม่ จาก “ผู้ควบคุม” สู่ “ผู้ประสานงานระบบนิเวศ (Ecosystem Orchestrator)” สุดท้ายนี้ แนวคิดการบริหารจัดการของผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนจากผู้ที่พยายามควบคุมทุกอย่างด้วยตนเอง (End-to-end Operator) มาเป็น “ผู้ประสานงาน (Orchestrator)” ที่บริหารจัดการเครือข่ายพันธมิตร ในโลกที่ซับซ้อน ไม่มีบริษัทใดสามารถสร้างความยืดหยุ่นได้โดยลำพัง ความสำเร็จจะเกิดจากการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ประกอบด้วยซัพพลายเออร์ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และภาครัฐ อย่างโปร่งใสและเชื่อถือได้ (Trust) ผู้ประกอบการไทยควรสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบหรือเส้นทางขนส่งได้ทันทีเมื่อเกิดวิกฤต การลงทุนในความยืดหยุ่น (Resilience) วันนี้ ไม่ใช่ต้นทุนส่วนเกิน แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความสามารถในการทำกำไรและเติบโตในอนาคต

บทสรุปจาก WEF 2026 เมื่อ ความไม่แน่นอน คือความปกติใหม่ โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่าน... ผู้ประกอบการไทยต้องไม่เพียงแค่ตั้งรับ แต่ต้องรุกด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจให้ยืดหยุ่น (Agility) ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการตัดสินใจ และยกระดับโลจิสติกส์ให้เป็นอาวุธสำคัญทางกลยุทธ์เพราะในยุคต่อไป... “ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือผู้ที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด” หากคุณกำลังมองหาทิศทางในการปรับตัว กองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมเป็นพันธมิตรพาธุรกิจคุณก้าวข้ามความผันผวน มาร่วมสร้างความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นพร้อมรับโลกยุคใหม่ไปด้วยกัน

👉 จองคิวเข้าร่วมโครงการ (ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดการเข้าร่วมโครงการ)

https://forms.gle/NdkZVeZ9gvqGCikH9

อ่านบทความเต็มได้ที่

https://www.weforum.org/publications/global-value-chains-outlook-2026-orchestrating-corporate-and-national-agility/

https://www.weforum.org/stories/2026/01/logistics-viewed-today-no-longer-support-function-but-strategic-enabler-of-growth/

https://trans.info/en/davos-2026-logistics-450464

เรียบเรียงข้อมูลโดย นายภาณุพงศ์ คำผาด วิศวกรชำนาญการ